Chainalysis and Transaction – http://warodom.werapun.com
การวิเคราะห์ความสัมพันธ์จาก Blockchain transaction
TL;DR: Chainalysis วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง Transaction กับ Wallet เพื่อพยายามระบุตัวตนของเจ้าของ Wallet ที่มีพฤติการที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย
ถ้ากล่าวถึง Bitcoin หลายคนทราบกันดีว่า เป็น Crytocurrency ที่เกิดมาตั้งแต่ปี 51 โดยบุรุษนิรนาม ซาโตชิ ผู้นำเสนอบทความทางวิชาการ โดยอาศัยเทคโนโลยีบล็อกเชน BitCoin ก็ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ด้วยความที่เป็นเทคโนโลยี ที่ปลอดภัย โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่มีตัวกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ไวรัส Ransomware ระบาด ตัวไวรัสจะเข้ารหัสไฟล์เอกสาร เสมือนจับเอกสารเป็นตัวประกัน ซึ่งการจะถอดรหัสได้ จะต้องโอนเงินเป็น BitCoin เพื่อแลกกับ กุญแจลับ ที่ใช้ในการถอดรหัสเอกสารกลับคืนมา
หลังจากจากนั้น BitCoin ก็ถูกใช้งานแพร่หลายเพิ่มมากขึ้น การโอนเงินธุรกรรมทำได้รวดเร็ว ปลอดภัย และมีความเป็น Anonymous (ไม่ระบุตัวตน) และเพิ่ม Privacy (ความเป็นส่วนตัว)
BitCoin ถูกนำมาใช้งาน ทั้งในด้านที่ดี และด้านที่ไม่ดี ขึ้นอยู่กับคนที่นำไปใช้งาน ในขณะเดียวกัน แม้ว่าเราสามารถรู้ได้ว่า Transaction (ธุรกรรม) ของ BitCoin ที่เกิดขึ้นนั้น มาจาก กระเป๋าเงิน (Wallet) ของหมายเลขอะไร แต่ไม่สามารถรู้ได้ว่า Wallet นี้ ใครเป็นเจ้าของ (Anonymity)
ใน Exchange หรือสถานที่ ที่ใช้แลกเปลี่ยนเงิน ระหว่างเหรียญดิจิทัล (Cryptocurrency) แปลงเป็นเงินจริง ๆ ที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนของประเทศนั้น ๆ (Fiat) เช่น เงินบาท ผู้ที่จะแลกเปลี่ยนได้จะต้องผ่านกระบวนการ KYC (Know Your Customer) ก่อน ดังแสดงในรูปด้านล่าง ที่เป็น บล็อคสีเขียว
ทาง Chainalytic ได้มีการนำเสนอความสัมพันธ์ของ Wallet ต่าง ๆ ที่มีการเชื่อมโยงระหว่างกัน ผ่านการตรวจสอบจากธุรกรรม โดยที่ ทุก ๆ ธุรกรรมที่มีการโอน BitCoin (หรือ Crytocurrency อื่น ๆ) ระหว่างกัน ถ้า Wallet อันไหน มีพฤติกรรมที่สม่ำเสมอ มีการโอนเงินในปริมาณมาก ๆ (หรือปริมาณน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ) ก็จะนำความสัมพันธ์นั้น เชื่อมโยงไปยัง กระเป๋าเงินที่ผ่านการทำ KYC แล้ว เพื่อตรวจสอบย้อนกลับไปได้ บุคคลผู้นั้นคือใคร
Published at Tue, 18 Feb 2020 08:27:01 +0000
